จดหมายฉบับที่ 1

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์
บ้านหนองเต่า ตำบลเฉนียง
อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์

๒๓ พฤษภาคม ปีที่ ๑

ทุกๆ ที่ผมรัก

วันนี้กลับไปเลือกตั้งที่บ้านมาครับ ขากลับก็เลยแวะมาเยี่ยมพี่หน่อย ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์นิดหน่อย ไปได้ไปเยี่ยมนานแล้ว ใจจริงที่เข้าไปเพราะว่าอยากไปถามพี่หน่อยว่าโบราณวัตถุที่ขุดพบที่ปราสาทช่างปี่ และได้นำมาเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์นั้น ได้นำมาจัดแสดงแล้วหรือยัง ปรากฏว่าพี่หน่อยก็บอกว่ายังไม่เห็นนะ หัวหน้าพี่หน่อยบอกว่านำมาแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดแสดง ก็เลยถามอีกว่าแล้วศิลปวัตถุอื่นๆ ล่ะ พวกกลีบขนุน บรรณแถลง ได้นำมาด้วยไหม พี่หน่อยบอกว่า ไม่ได้นำมา ยังคงจัดแสดงไว้ที่วัดช่างปี่เหมือนเดิม

น้องหวานบอกว่า จริงๆ แล้วก็น่าจะจัดแสดงไว้ที่วัดช่างปี่ทั้งหมดเลย เพื่อเป็นการนำรายได้เข้าสู่ชุมชน และให้คนในชุมชนได้ร่วมกันดูแลรักษา เกิดความหวงแหน และภูมิใจในรากเหง้าของชุมชนที่มีมาแต่โบราณ

          แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ ศิลปวัตถุที่มีคุณค่าและมีความสมบูรณ์ขนาดนั้นก็ควรเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัย เพื่อเป็นมรดกของชาติต่อไป

บอกลาพี่หน่อย (เผื่อตอนกลับไม่ได้เจอกัน) แล้วก็เลยพาน้องหวานเดินชมพิพิธภัณฑ์ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมพาน้องหวานมาชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์ ดูน้องหวานไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเท่าไร คงเป็นเพราะขัดผมไม่ได้เท่านั้นเองครับ

อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์นั้น พี่หน่อยเคยเล่าให้ผมฟังว่าสร้างให้แผนผังคล้ายกับปราสาทโบราณ ตรงประตูทางเข้าสร้างให้มีลักษณะคล้ายโคปุระ หรือซุ้มประตูของกำลังแพงแก้ว ที่กั้นเขตศาสนสถานกับโลกภายนอกออกจากกัน ทางด้านขวามือมีช่องจำหน่ายตั๋วซึ่งติดป้ายไว้ว่า “ไม่เสียค่าเข้าชม” ด้านหลังจะมีโครงกระดูกช้างอยู่โครงหนึ่งครับ ให้เราเดินไปทางซ้ายมือ ซึ่งเป็นการเดินวนขวาซึ่งเป็นมงคล

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้เขาก็ยังอุตส่าห์คิดได้นะครับ…นับถือๆ

ว่าด้วยเรื่องการวนซ้ายวนขวานั้น หลายคนสงสัยว่าแยกยังไป รู้แต่เพียงว่า วนขวามงคล วนซ้ายอวมงคล แยกง่ายๆ ครับ แขนตัวเองอยู่ในวงหรือนอกวงก็แยกได้ ถ้าแขนซ้ายอยู่ในวงเรียกวนซ้าย แขนขวาอยู่ในวงเรียกวนขวา ง่ายๆ แค่นี้ครับ

ระเบียงทางซ้ายจะจัดแสดงโบราณวัตถุที่เป็นเครื่องประกอบเรือนยอดของปราสาท เช่น พวกบรรณแถลง กลีบขนุน มีจารึกที่นำมาจากปราสาทต่างๆ ทับหลังบ้าง บางชิ้นบอกที่มา บ้างชิ้นไม่ได้บอกที่มา ผมคิดว่าชิ้นที่บอกที่มาได้ก็คงนำมาจากปราสาทนั้นๆ ตอนที่ทำการบูรณะแน่ๆ ส่วนชิ้นที่บอกไม่ได้ น่าจะมีคนเคยเก็บไปเป็นสมบัติของตนเอง แล้วมีการตรวจยึดมาได้ จึงมอบให้เป็นสมบัติของชาติ บ้างชิ้นบอกว่านายอำเภอปราสาทมอบให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบให้ ก็คงเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน

เมื่อเดินผ่านไปจนถึงตรงกลาง ที่เปรียบเสมือนปราสาทประธาน ถ้ามองย้อนกลับออกไปที่ทางเดินตรงเข้ามา เห็นเป็นทางเดินลักษณะเป็นสะพาน ที่มีพญานาคสองตนเป็นราวสะพานทั้งสองข้าง ซึ่งจำลองมาจากองค์ประกอบของปราสาท คือ สะพานนาค น้องหวานถามว่าทำไมต้องเป็นพญานาคด้วย…อืมนั่นซี เคยอ่านเจอเหมือนกัน…แต่ว่าลืมไปแล้ว เหอๆๆ

ที่โถงตรงกลางนี้ จัดแสดงสภาพทั่วไปของจังหวัดสุรินทร์ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากร มีส่วนหนึ่งที่กล่าวถึงป่าสนสองใบ ซึ่งมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นป่าสนสองใบบนที่ราบแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ระหว่างอำเภอลำดวน กับอำเภอสังขะ ครั้งก่อนที่ผมมาตั้งแต่เปิดใหม่ ผมก็ถามพี่หน่อยว่า…ทำไมเขาเขียนว่าอยู่ระหว่าง “อำเภอสังขะ กับ จอมพระ” ล่ะครับ ในเมื่อ ๒ อำเภอนี้มันตั้งอยู่คนละฝั่งของจังหวัดเลยนะนั่น พี่หน่อยว่าจริงด้วย…แล้วก็เลยแจ้งให้หัวหน้าเปลี่ยน ซึ่งมาวันนี้เปลี่ยนจากจอมพระ เป็นลำดวนเรียบร้อยแล้ว

จากโถงส่วนหน้า เดินทะลุไปด้านหลัง ทางเดินลาดลงเล็กน้อย ด้านบนจะมีดาวเพดาน แสดงลักษณะตั้งแต่เริ่มเกาะลายไปจนถึงเกาะลายสำเร็จแล้ว พอละทุออกไปก็จะเจอกับปราสาทจำลองเชื่อมต่อไปยังส่วนจัดแสดงสิ่งของและเรื่องราวสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เลยไปอีกห้องก็จะเป็นเรื่องศิลปะขอม ตรงทางเข้าจะเห็นการจัดแสดงทับหลัง กับประตูจำลองของปราสาทแห่งหนึ่งมีลวดลายเกาะสลักสวยงาม มีนางอัปสราอยู่ทั้งสองด้านของกรอบประตู ด้านบนมีทับสลักลวดลายวิจิตรเต็มทั้งทับหลัง น้องหวานถามผมว่าที่นี่ที่ไหน แล้วสลักเป็นเรื่องอะไร ผมตอบน้องไปว่าเป็นทับหลังของปรางค์ประธานของปราสาทศีขรภูมิ เป็นเรื่องศิวนาฏราช เห็นน้องทำท่าจะถามก็เลยชิงตัดบทเล่าให้ฟังก่อนเลยว่า ศิวนาฏราช ก็คือ การร่ายรำของพระศิวะ ซึ่งพระศิวะก็คือเทพเจ้าสูงสุดของศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย การร่ายรำของพระศิวะ จะส่งผลต่อมนุษย์ในโลก ดังนั้น จึงต้องมีเทพเจ้าองค์อื่นๆ คอยเล่นดนตรีกำกับจังหวัดให้พระศิวะร่ายรำด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อย งดงาม ตรงตามจังหวัด พร้อมกับชี้ให้ดูว่ามีเทพเจ้าองค์ใดบ้าง แล้วก็แอบหันไปมองน้อง เห็นว่าอมยิ้ม ผมก็เลยบอกน้องว่า…คิดว่าต้องถามแหละเลยเล่าให้ฟัง แล้วก็เดินนำน้องเข้าไปอีกห้องหนึ่ง

อ่อ…ก่อนเข้าปราสาทจะมีทับหลังชิ้นหนึ่งนำมาจากปราสาทภูมิโปน ซึ่งเป็นปราสาทในวัฒนธรรมขอมโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เป็นทับหลังศิลปะไพรเกมง ซึ่งมีมาก่อนสมัยพระนคร ซึ่งเป็นยุคที่ขอมเรืองอำนาจที่สุด ศิลปะไพรเกมงก็เป็นส่วนของยุคเจนละนั่นเอง

ห้องต่อมาจะแสดงโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบในจังหวัดสุรินทร์ ที่น่าสนใจก็มีทับหลังสองชิ้นที่นำมาจากปราสาทศีขรภูมิ ที่นักประวัติศาสตร์ท่องถิ่นพยายามจะขอให้นำกลับไปติดตั้งคืนไว้ที่ปราสาทศีขรภูมิ เพื่อความสมบูรณ์ของสถาปัตยกรรม แต่ได้รับการปฏิเสธด้วยเหตุผลหลายประการครับ

ก็น่าเห็นใจเขานะครับ…ชุมชนก็อยากได้ของที่เคยอยู่กลับคืนไปที่เดิม เพื่อความภูมิใจของชุมชน ทางการก็มีเหตุผลในการนำไปเก็บไว้ น่าเห็นใจครับ

ผ่านห้องนี้ไปก็จะเจอห้องที่เป็นเรื่องของสุรินทร์ล้วนๆ เล่าเรื่องเจ้าเมือง สภาพเศรษฐกิจและสังคมในอดีต สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แล้วก็พากันขึ้นไปชั้นสอง ก็เล่าเรื่องชาติพันธุ์ของชาวสุรินทร์ มีสามกลุ่มหลักๆ คือ เขมร ลาว และกูย แสดงประเพณีเด่นๆ สำคัญๆ ในบ้านหลังต่างๆ ใครขึ้นบ้านไปแล้วขวัญอ่อนอาจจะตกใจได้ครับ เพราะหุ่นจำลองเหมือนจริงมาก เลยหมู่บ้านไปก็จะเป็นเรื่องผ้าไหม เครื่องเงิน การแต่งกาย การละเล่น และการแสดงของสุรินทร์ ก่อนจะออกไปและลงไปชั้นล่าง น้องหวานบอกผมอย่างหนึ่งที่ห้องนี้ว่า เสื้อแก๊บ ซึ่งเป็นเสื้อของชาวกูยนั้น ในขั้นตอนการเย็บผ้าแต่ละชิ้นต่อกันจะใช้วิธีการที่เรียกว่า “แซว” ด้วยลวดลายสวยงาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของชนกลุ่มนี้ ที่ผมมีอยู่ตัวหนึ่งนั้น เห็นว่าไม่ค่อยได้ใส่แล้ว ทำไมไม่เอามาบริจาคให้พิพิธภัณฑ์ จะได้จัดแสดงแทนตัวที่มีอยู่ ผมหัวเราะแล้วก็ตอบน้องว่า เคยคิดเหมือนกัน แต่ว่า เสื้อที่ผมมีนั้นมันเป็นการประยุกต์รูปทรงเป็นปัจจุบัน ไม่เหมือนที่แสดง เป็นแบบเดิมแท้ๆ ถึงให้เขาเขาก็คงไม่จัดแสดงหรอก

ลงไปชั้นล่างทางซ้ายเป็นห้องสุดท้ายของการจัดแสดงวิถีคนเลี้ยงช้าง ออกมาแล้วจะมีร้านขายของที่ระลึกเล็กน้อย ผมซื้อหนังสือประวัติศาสตร์เมืองสุรินทร์ กับนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์กลับมาด้วย ส่วนน้องหวานได้ของจุ๊กจิ๊กไปฝากเพื่อนๆ สามสี่ชิ้น

เจอพี่หน่อยอีกครั้ง แวะลา แล้วก็ต้องรีบวิ่งผ่านสะพานนาคผ่าสายฝนออกไปขึ้นแล้วแล้วก็กลับบ้าน ว่าจะไปแวะที่วันบูรพารามก็คงไม่สะดวกเพราะฝนก็คงลงหนักเรื่อยๆ เลยตัดสินไปกลับบ้านดีกว่า

ด้วยความรัก และคิดถึงทุกๆ คนครับ

พิพัฒน์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s