สุรินทร์ในปัจจุบัน

ที่ตั้ง

แผนที่จังหวัดสุรินทร์

จังหวัดสุรินทร์ตั้งอยู่ทางตอนล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างลองติจูด 103 และ 105 องศาตะวันออก ละติจูด 15 และ 16 องศาเหนือ ระยะทางห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 420 กิโลเมตร อาณาเขตทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ดและจังหวัดมหาสารคาม ทิศใต้ ติดต่อกับประเทศกัมพูชา ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดศรีสะเกษ และทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดบุรีรัมย์

ตราประจำจังหวัดสุรินทร์

ตราประจำจังหวัด: รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณอยู่หน้าปราสาทหินศีขรภูมิ (เดิมเรียกว่าปราสาทหินบ้านระแงง)

ดอกไม้ประจำจังหวัด: ดอกกันเกรา (Fagraea fragrans)

ต้นไม้ประจำจังหวัด: กันเกรา (Fagraea fragrans)

คำขวัญประจำจังหวัด: สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ปะคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม

จังหวัดสุรินทร์มีประชากรทั้งสิ้น 1,377,827 คน แยกเป็นชาย 689,305 คน หญิง 688,522 คน ความหนาแน่นเฉลี่ย 170 คน/ตร.กม. (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 ) สรุปได้ว่าจังหวัดสุรินทร์มีจำนวนประชากรมากเป็นลำดับที่ 9 ของประเทศไทย และมีความหนาแน่นเฉลี่ยเป็นลำดับที่ 18 ของประเทศไทย

ชาวไทยเขมร หรือชาวเขมรถิ่นไทย

มีการตั้งถิ่นฐานอยู่ในท้องที่จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ รวมไปถึงนครราชสีมาบางพื้นที่ มีภาษาพูดและอักษรเป็นของตนเอง ภาษาเขมรป่าดงเหมือนภาษาเขมรในกัมพูชา แต่เสียงเพี้ยนกันอยู่บ้าง มีขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมเป็นของตนเอง เขมรป่าดงแต่เดิมนับถือพุทธศาสนานิกายมหายาน ผสมกับศาสนาพราหมณ์ และเทวนิยมดั้งเดิม

ชาวไทยกูย

ส่วย หรือกูยเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ “ข่า” อีกกลุ่มหนึ่ง มีรูปร่างลักษณะคล้ายชนเผ่าเขมรมาก ภาษาก็ใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่ ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ อุบลธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์บางส่วน ส่วยไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ทราบเพียงว่า แต่เดิมอยู่ในกัมพูชา นิยมพูดภาษาเป็น 2 กลุ่ม คือ ลาวส่วย อยู่ในเขตจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี และเขมรส่วยบางส่วนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ชาวไทยกูย หรือส่วยอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดที่อำเภอ ศรีขรภูมิ สำโรงทาบ จอมพระ สังขะ บัวเชด ศรีณรงค์ สนม ท่าตูม บางส่วนของอำเภอเมือง เขวาสินรินทร์ และกาบเชิง

ชาวไทยอีสาน

จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดสุรินทร์ จึงมีเชื้อสายไทยอีสานเหมือนกับหลายจังหวัดในภาคอีสาน โดยได้ใช้ภาษาและวัฒนธรรมที่เมือนกันกับชาวไทยอีสานโดยทั่วไป แต่ก็จะมีอยู่ที่แตกต่างในเรื่องของภาษาบ้างในแต่ละท้องถิ่น

ชาวไทยจีน

ชาวจีนส่วนใหญ่ที่อพยพเข้ามาก่อตัวเป็นชุมชนขึ้นในจังหวัดสุรินทร์นั้น สาเหตุหลักๆ มาจากปัญหาการลี้ภัยสงครามที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนาน นับตั้งแต่ยุคการปฏิวัติประชาธิปไตยสมัย ดร.ซุนยัดเซ็น การปฏิวัติคอมมิวนิสต์นำโดยเหมา เจ๋อ ตง และสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นบุกจีน ที่ต่อเนื่องยาวนานถึง 54 ปี ในระหว่าง พ.ศ. 2438 – 2492 ทำให้ประชาชนเดือดร้อนลำเค็ญ โดยเฉพาะช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวจีนในจังหวัดแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ได้อพยพลี้ภัยเข้ามายังเมืองไทยเป็นจำนวนมาก สายหนึ่งมาทางเรือ ขึ้นฝั่งที่เมืองบางกอก อีกสายหนึ่งผ่านเข้ามาทางเวียดนามและลาว ชุมชนชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดสุรินทร์อาจแบ่งออกเป็นสองช่วง ใหญ่ๆ ได้แก่ ก่อนการสร้างทางรถไฟผ่านเมืองสุรินทร์ และหลังจากทางรถไฟมาถึงจังหวัดสุรินทร์แล้ว

จังหวัดสุรินทร์มีการปกครองแบ่งออกเป็น 17 อำเภอ 158 ตำบล 2011 หมู่บ้าน

  1. เมืองสุรินทร์: อำเภอเมืองสุรินทร์ ถิ่นจักสาน อุทยานพนมสวาย รวมใจหลักเมือง ลือเลื่องผ้าไหม หย่อนใจห้วยเสนง ครื้นเครงกันตรึมดี ไหว้พระชีว์หลวงปู่ดุลย์
  2. ชุมพลบุรี: ชุมพลบุรี เขตทุ่งกุลา เมืองปลาไหล ผ้าไหมสวย รวยข้าวมะลิหอม งามพร้อมลำน้ำมูล
  3. ท่าตูม: อำเภอท่าตูมน่าอยู่ ปลอดภัย ใช้วิถีเกษตรอินทรีย์ มีชุมชนเข้มแข็ง แหล่งการศึกษา พัฒนาอย่างยั่งยืน
  4. จอมพระ: จอมพระเมืองเก่า เล่าลือปราสาทหิน ถิ่นงามวัฒนธรรม เลิศล้ำผ้าไหม สะอาดใสลำน้ำชี เกษตรอินทรีย์เป็นเลิศ ก่อเกิดข้าวหอมมะลิ
  5. ปราสาท: ปราสาทเด่นสง่า ประชาสามัคคี ชื่อดีนามกระเดื่อง รุ่งเรืองวัฒนธรรม
  6. กาบเชิง: กาบเชิงถิ่นคนดี เฉลิมราชกุมารีศรีสง่า ปราสาทธรรมชาติล้ำค่า แหล่งการค้าที่ช่องจอม
  7. รัตนบุรี: รัตนบุรี เมืองพ่อศรีนครเตา พระเจ้าใหญ่วัดเหนือ งามเหลือพระโพธิ์ศรีธาตุใสสะอาดห้วยแก้ว เพริดแพร้วผ้าไหม ขนมจีนถูกใจ บุญบั้งไฟตระการตา ชาวประชาน้ำใจงาม
  8. สนม: ศาลปู่ตาคู่บ้าน ดอกจานงามตา ล้ำค่าผ้าพื้นเมือง เลื่องลือประเพณี มากมีภูมิปัญญา ชาวประชามีน้ำใจ
  9. ศีขรภูมิ: เมืองหลายภาษา หลากวัฒนธรรม ศิลปกรรมที่ล้ำลึก
  10. สังขะ: สังขะเมืองสะอาด ปราสาทงดงาม ทับทิมสยาม 04 เขียวขจีป่าสน
  11. ลำดวน: ลำดวนสุรพินท์ ถิ่นผ้าไหมงาม ข้าวน้ำพร้อมพรัก อนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี สามัคคีมีน้ำใจ
  12. สำโรงทาบ: สำโรงทาบเขตราบลุ่ม ชุ่มชื่นธรรมชาติ เด่นผงาดไก่สามสายพันธุ์ อัศจรรย์ เกษตรอินทรีย์ ข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี มากมีหญิงงาม ลือนามอ่างเกาะแก้ว เพริศแพร้วริมห้วยกะเลา
  13. บัวเชด: บัวเชดเขตธรรมชาติ ปราสาทค่าล้ำ งามถ้ำผาไทร ประทับใจเขาศาลา งดงามตาน้ำตกหลากหลาย ดื่มด่ำไวน์ผลไม้ป่า
  14. พนมดงรัก: ปราสาทเก่า ทิวเขางาม อ่างน้ำใส ใฝ่วัฒนธรรม
  15. ศรีณรงค์: ศรีณรงค์นามองค์เจ้าเมือง ถิ่นรุ่งเรืองไทยส่วย ลำห้วยสองสาย ยิ่งใหญ่บุญร่วมมิตร พืชเศรษฐกิจยางพารา
  16. เขวาสินรินทร์: เขวาสินรินทร์ ดินแดนหัตถกรรม เลิศล้ำภูมิปัญญา ตระการตาผ้าไหม ระบือไกลประคำสวย ร่ำรวยประเพณี มีปราสาทโบราณ สืบสานเพลงกันตรึม
  17. โนนนารายณ์: ดินแดนเจ้าแม่โนนนารายณ์ ระบือไกลข้าวสารหอมมะลิ ปลื้มปีติการทำเกษตรอินทรีย์ มีทับหลังบ้านขุมดิน ท้องถิ่นงานบุญบั้งไฟ ประทับใจซิ่นไหมสุ่มเปล มนต์เสน่ห์เมืองโนนนารายณ์

การคมนาคม

จังหวัดสุรินทร์ เป็นเมืองหลักของภาคอีสานตอนล่าง เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์ อุตสาหกรรมและการคมนาคม จึงมีเส้นทางคมนาคมหลักทั้งทางรถยนต์ รถไฟ มีทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงจังหวัด และเส้นทางมาตรฐานหลายสาย ทำให้การเดินทางติดต่อภายในจังหวัด การเดินทางสู่จังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานครเป็นไปด้วยความสะดวก

ทางรถยนต์

การเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังจังหวัดสุรินทร์ใช้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านจังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านจังหวัดสระบุรี นครราชสีมา แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 24 ผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 214 (ตรงแยกอำเภอปราสาท) จนถึงจังหวัดสุรินทร์

การเดินทางในตัวจังหวัด

การคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ของจังหวัดสุรินทร์ระหว่างชนบท หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดต่าง ๆ มีความสะดวก เพราะมีเส้นทางคมนาคมเชื่อมติดต่อกัน การเดินทางโดยรถยนต์ระหว่างจังหวัดกับอำเภอ ระยะทางที่ไกลที่สุดคือ อำเภอชุมพลบุรี ระยะทาง 91 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง ระยะทางที่ใกล้ที่สุดคือ อำเภอเขวาสินรินทร์ ระยะทาง 14 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทาง 30 นาที โดยระยะทางจากตัวจังหวัด (อำเภอเมืองสุรินทร์) ไปยังอำเภอต่าง ๆ ของจังหวัดสุรินทร์ เรียงจากใกล้ไปไกล ดังนี้

  • เขวาสินรินทร์ 14 กิโลเมตร
  • จอมพระ 25 กิโลเมตร
  • ลำดวน 26 กิโลเมตร
  • ปราสาท 28 กิโลเมตร
  • ศีขรภูมิ 34 กิโลเมตร
  • สังขะ 51 กิโลเมตร
  • สนม 51 กิโลเมตร
  • ท่าตูม 52 กิโลเมตร
  • สำโรงทาบ 54 กิโลเมตร
  • กาบเชิง 58 กิโลเมตร
  • ศรีณรงค์ 64 กิโลเมตร
  • รัตนบุรี 70 กิโลเมตร
  • บัวเชด 70 กิโลเมตร
  • โนนนารายณ์ 75 กิโลเมตร
  • พนมดงรัก 78 กิโลเมตร
  • ชุมพลบุรี 91 กิโลเมตร

สำหรับการเดินทางในตัวจังหวัด จะใช้การจราจรโดยรถส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์รวมทั้งจักรยาน สำหรับระบบมวลชนจะมี รถเมล์ชมพู ตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์รับจ้าง/สามล้อปั่น บริการในจังหวัดสุรินทร์ มีสถานีขนส่งภายในตัวจังหวัดเชื่อมต่อจังหวัดและอำเภอต่าง ๆ ดังนี้คือ

  • สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุรินทร์
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอปราสาท
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอสังขะ
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอรัตนบุรี

ทางรถไฟ

การคมนาคมทางรถไฟ ปัจจุบันมีรถไฟสายกรุงเทพฯ-สุรินทร์ โดยผ่านจังหวัดปทุมธานี อยุธยา สระบุรี นครราชสีมา บุรีรัมย์ จนถึงสุรินทร์ เปิดการเดินรถเร็ว รถด่วน รถด่วนพิเศษ และรถดีเซลรางปรับอากาศ กรุงเทพ-สุรินทร์

ทางอากาศ

การคมนาคมทางอากาศ จังหวัดสุรินทร์มีท่าอากาศยานสุรินทร์ภักดี ซึ่งในอดีตได้เปิดทำการบินโดยบริษัท บางกอกแอร์เวย์-แอร์อันดามัน- พีบีแอร์ซึ่ง เมื่อปลายปี 2552 สายการบินพีบีแอร์จะเปิดทำการบิน แต่เนื่องจากทางบริษัทประสบปัญหาทางหารเงินจึงได้ปิดกิจการไปก่อน จึงไม่สมารถทำการบินได้ แต่ว่าในอนาคตนี้น่าจะได้ทำการบินอีกครั้ง และได้ปรุบปรุงสนามบินทุกอย่าง

ผู้ที่เดินทางโดยทางอากาศมักลงที่อุบลราชธานี แล้วกลับนั่งรถย้อนกลับมาสุรินทร์

ข้อมูลดีจาก http://th.wikipedia.org/wiki/จังหวัดสุรินทร์

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s