ทับหลังอีกสองชิ้นของปราสาทศีขรภูมิ

ปราสาทประธานปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

ปราสาทประธานปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

เราๆ ท่านๆ ที่เคยไปเที่ยวชมปราสาทศีขรภูมิ ต่างได้ชื่นชมกับความงดงามของทับหลัง “ศิวนาฏราช” ที่ปราสาทประธานกันมานักต่อนัก

และหากเราๆ ท่านๆ ที่สนใจศึกษาประวัติของประสาทแห่งนี้จะพบว่าบทความที่กล่าวถึงทับหลังของปราสาทศีขรภูมิอีก 2 ชิ้น ที่เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งชาวจังหวัดสุรินทร์เรียกร้องให้นำมาประกอบเข้ากับปราสาททั้งสององค์ เพื่อให้สถาปัตยกรรมนี้มีความสมบูรณ์

เนื่องจากปราสาทศีขรภูมิ เป็นปราสาทขนาดเล็ก ไม่มีโคปุระ หรือซุ้มประตูทางเข้า ไม่มีระเบียงคด และกำแพงแก้วล้อมรอบเหมือนกับปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์ ความงามและความสำคัญก็เลยลดน้อยลงไป แต่อย่างไรก็ตาม ที่ปราสาทแห่งนี้ก็มีทับหลังแกะสลักภาพ ศิวนาฏราช ซึ่งได้รับคำยกย่องจากปราชญ์ทางศิลปโบราณคดีว่าเป็นทับหลังที่มีความสมบูรณ์ และมีฝีมือแกะสลักที่ปราณีตสวยงามที่สุดอีกแผ่นหนึ่งของประเทศไทย” (สมมาตร์ ผลเกิด.2534.105) จึงยังสามารถดึงดูดความสนใจของนักวิชาการและนักท่องเที่ยวได้บ้าง นอกจากนั้น ยังมีทับหลังอีก 2 ชิ้น “ชิ้นหนึ่งเป็นภาพพระกฤษณะฆ่าช้างและคชสีห์ อีกชิ้นหนึ่งเป็นภาพพระกฤษณะฆ่าคชสีห์ ปัจจุบัน เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย” จังหวัดนครราชสีมา (ศิลปากร.2538 : 30) [จาก http://www.wisut.net/บุรีรัมย์-บทความ/ปราสาทศีขรภูมิ/]

วันนี้ ได้ไปเดินเล่นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ แล้วก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เลยไปพบว่า ทับหลังสองชิ้นดังกล่าวได้นำกลับมาที่สุรินทร์ถิ่นเดิมแล้ว แม้จะไม่ได้นำไปยังที่ที่มันจากไปก็ตาม

ภาพถ่ายครั้งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จปราสาทศีขรภูมิ

จากคำบรรยายที่ติดไว้ ระบุว่า “ทับหลังจำหลักภาพพระกฤษณะประลองกำลังกับคชสีห์ และทับหลักจำหลักภาพพระกฤษณะประลองกำลังกับช้างและคชสีห์” ศิลปะลพบุรี หรือศิลปะขอมแบบนครวัด พบบริเวณปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์

เมื่อตรวสอบกับภาพถ่ายครั้งสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จปราสาทแห่งนี้เมื่อ พ.ศ. 2472 แล้วก็พบว่า มีลักษณะแบบเดียวกัน

ดังนั้นแล้วเมื่อทับหลังสองชิ้นกลับมายังถิ่นเดิมของมันก็ดีใจประการหนึ่ง แต่จะดีใจมากกว่านี้ หากทับหลังทั้งสองชิ้นนี้กลับไปยังที่ที่มันจากมา คือ ปราสาทศีขรภูมิ ก็จะดีใจมากไปกว่านี้

ทับหลัง

ทับหลังสองชิ้นของปราสาทศีขรภูมิ ภาพถ่ายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์

งานช้างสุรินทร์ 2555

กำหนดการจัดงานช้างและงานกาชาด จังหวัดสุรินทร์ ประจำปี ๒๕๕๕ แล้วครับผม ตามโปสเตอร์นี้เลยนะครับ

วันสำคัญ

  • ๑๖ พฤศจิกายน งานต้อนรับช้าง
  • เสาร์-อาทิตย์ ที่ ๑๗-๑๘ พฤศจิกายน การแสดงของช้าง
  • นอกจากนี้ คืนวันที่ ๑๖-๑๗ พฤศจิกายน จะมีงานแสดงแสงสีเสียงที่ปราสาทศีขรภูมิ อำเภอศีขรภูมิ ด้วยครับ

มาเที่ยวกันเยอะๆ นะครับ แล้วแวะทักทายผมด้วยนะครับ

แห่เทียนพรรษาสุรินทร์ ๒๕๕๕

ช่างเทียนเร่งตกแต่งขบวนเทียนให้ทันงานร่วมงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 85 ไอยรา และตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลก พร้อมใช้เทียนและขี้ผึ้งเก่ามาหล่อใหม่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศการแตกแต่งขบวนเทียนของคุ้มวัดต่างๆในเขต เทศบาลเมืองสุรินทร์  เพื่อให้ทันเข้าร่วมงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 85 ไอยรา และตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลกประจำปี 2555  ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6  ระหว่างวันที่ 29-30 ก.ค. 2555 นี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี อันดีงามของชาวไทย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ โดยในปีนี้จังหวัดสุรินทร์จะจัดอย่างยิ่งใหญ่เหมือนเช่นทุกปี และที่สำคัญในปีนี้ได้รับเกียรติจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานและร่วมเป็นประธานในพิธีตักบาตรบนหลังช้างอีกด้วย ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีมาประชุมสัญจรที่จังหวัดสุรินทร์ระหว่างวันที่ 29 – 30 ก.ค. 2555 นี้

โดยพบว่าช่างเทียนตามคุ้มวัดและโรงเรียนต่างๆ ต่างได้เร่งประดับตกแต่งลวดลายรถขบวนเทียนพรรษากันอย่างคึกคัก เพื่อให้ทันวันงาน ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 วันเท่านั้น  โดยเฉพาะรถขบวนเทียนพรรษาของวัดจุมพลสุทธาวาส ที่ช่างเทียนต่างเร่งไม้เร่งมือประดับตกแต่งลวดลายภายในโรงตกแต่ง หลังโรงเรียนหนองโตง อ.เมือง จ.สุรินทร์ กันอย่างปราณีตสวยงามโดยปีนี้ช่างเทียนได้นำเทียนและขี้ผึ้งทั้งเก่าและใหม่ มาหล่อรวมกันเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

นายรอบ  มูลศาสตร์  อายุ 73 ปี  ช่างเทียนวัดจุมพลสุทธาวาส  กล่าวว่า  ภาพขบวนต้นเทียนปั้นเป็นประวัติของพระพุทธเจ้าสมัยจำพรรษาในป่า  จากนั้นก็มีลิงและช้างมาถวายน้ำผึ้งและอ้อย ส่วนต้นเทียนเป็นลายกนกก้านขบ  ประกอบด้วยพญานาคและมังกรขนาบข้าง เนื่องจากปีนี้เป็นปีงูใหญ่ หรือปีมะโรง ซึ่งจะมีเขียนตัวหนังสือประกอบประวัติพระพุทธเจ้าและองค์ประกอบต่างๆภายใน ขบวนรถอีกด้วย  ทั้งนี้เราจะให้ความสำคัญกับเทียนและขี้ผึ้งเก่านำมาหล่อรวมกันเพื่อเป็นการ ประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกทาง  ซึ่งคาดว่าจะเสร็จทันวันงานอย่างแน่นอน

นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผวจ.สุรินทร์ เปิดเผยว่า การจัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษาและตักบาตรบนหลังช้าง เป็นงานประจำปีที่มีความสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ จัดขึ้นเพื่อสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ให้คงอยู่สืบไป และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวสำหรับปีนี้ เป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา 28 กรกฎาคม 2555 จ.สุรินทร์ จึงกำหนดจัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 85 ไอยรา และงานตักบาตรบนหลังช้าง ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 29 – 30 กรกฎาคม 2555 บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัด

ชมวีดีโองานแห่เทียนพรรษา จังหวัดสุรินทร์ ปี ๒๕๕๕

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/thailand/138150

ตักบาตรบนหลังช้าง ๒๕๕๕

จังหวัดสุรินทร์ เตรียมจัดงานมหกรรมแห่เทียนพรรษา 85 ไอยรา และตักบาตรบนหลังช้างหนึ่งเดียวในโลกประจำปี 2555 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา และเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวไทย รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์

โดยปีนี้ จังหวัดสุรินทร์ได้รับเกียรติจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และร่วมเป็นประธานในพิธีตักบาตรบนหลังช้างอีกด้วย ในโอกาสที่คณะรัฐมนตรีมาประชุมสัญจรที่จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างวันที่ 29 – 30 ก.ค. 2555 นี้ มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย

วันที่ 29 ก.ค. 2555 กิจกรรมทางศาสนา ขบวนแห่เทียนพรรษา จากคุ้มวัดต่างๆ ขบวนช้างจำนวน 86 เชือก ประกอบด้วย ขบวนช้างประดับตกแต่งสวยงามด้วยสีเงิน เหลื่อมแพรวพราว มีพระบรมสารีริกธาตุประทับบนหลังช้าง

วันที่ 30 ก.ค. พิธีทำบุญตักบาตรบนหลัง ช้างหนึ่งเดียวในโลก ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง โดยพระเถระชั้นผู้ใหญ่ รับบิณฑบาตบนหลังช้าง ซึ่งมีที่เดียวในโลก ซึ่งในปีนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งคณะรัฐมนตรี จะมาร่วมในพิธีตักบาตรบนหลังช้างครั้งนี้ด้วย

ขอเชิญมาร่วมงานบุญนี้กันนะครับ

ภาพจากปีก่อนๆ จาก http://www.baanmaha.com/community/thread13024.html

 

 

จดหมายฉบับที่ 2

คราวนี้น้องพัฒน์ จะหนีพีวัฒน์ไปเที่ยวอีกแล้ว แบบตกกระไดพลอยโจนเล็กน้อย อิอิ

ตามไปอ่านสั้นๆ กันครับ จดหมายฉบับที่ 2

จดหมายฉบับที่ 1

 

เร่ิมเรื่องที่ พิพิธภัณฑสถานสุรินทร์ก็แล้วกันนะครับ

ตามไปอ่านกันคลิก…จดหมายฉบับที่ 1